Trial Bike
มอเตอร์สปอร์ต

Trial Bike คืออะไร? ทำไมถึงเป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ตสุดฮิตของคนไทย

    การแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ ถือเป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ตยอดนิยมของคนไทย โดยเฉพาะสายแว้นซ์ มีทั้งการแข่งขันแบบทางเรียบและแข่งขันแบบทางวิบาก หรือที่เราเรียกว่า Motocross เหมาะสำหรับคนที่ชอบกีฬามอเตอร์สปอร์ตแบบผจญภัย โดยการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์วิบากนั้นมีหลากหลายทั้งแบบ motocross ที่แข่งในสนามแข่งขัน,แบบ Endoro ที่แข่งขันนอกสนามแข่งขัน มีความมันและเร้าใจ,แบบ Dakar Rally ที่ขับขี่ระยะไกลแบบข้ามประเทศ นอกจากนี้ยังมี รถมอเตอร์ไซค์วิบากแบบ Trial Bike ที่กำลังเป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ตสุดฮิตของคนไทยในปัจจุบันนี้ และรถมอเตอร์ไซค์วิบากแบบ Trial Bikeคืออะไร? ทำไมจึงฮิตในหมู่นักบิดสายผจญภัย ต้องติดตามกันเลย

Trial Bike

Trial Bike คืออะไร? แข่งขันกันอย่างไร?

    รถมอเตอร์ไซค์วิบากแบบTrial Bike เป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ตสำหรับคนที่ชอบปีนป่าย และสายแว๊นส์ที่ชอบการกระโดด หรือที่คนไทยเรียกกันจนติดปากว่า “มอเตอร์ไซค์ไต่เขา” ไม่ใช่แบบมอเตอร์ไซค์ไต่ถังที่ขี่โชว์กันตามงานวัดนะ แต่เป็นการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่ต้องใช้ทักษะในการขับขี่ที่สูง เพราะต้องใช้ทั้งการควบคุมคันเร่ง เบรก คลัทซ์ การถ่ายเทน้ำหนัก และทักษะทางกายภาพที่สูงในการขับขี่ ซึ่งจะใช้การยืนเป็นหลัก

    ซึ่งมีการประยุกต์มาจากการขี่จักรยานแบบไต่เขานั่นเอง แต่รถมอเตอร์ไซค์วิบากแบบTrial Bike จะมีน้ำหนักมากกว่า และมีเครื่องยนต์ทำให้เกิดแรงส่งมากกว่าการขี่จักรยานแบบไต่เขา ซึ่งมีความยากง่ายที่แตกต่างกันไปนั่นเอง

โดยการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์วิบากแบบTrial Bike เป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ตที่ไม่ใด้ใช้ความเร็วเป็นเครื่องตัดสินชัยชนะแต่ใช้ความสามารถในการควบคุมรถที่ต้องใช้การทรงตัว  กีฬา มอเตอร์สปอร์ต ประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นของสูง ชอบปีนป่ายตามก้อนหินและทางสูงชัน ซึ่งท้าทายสำหรับการขับขี่ และเป็นที่หวาดเสียวให้ลุ้นกันระทึกสำหรับผู้ที่เข้าไปชมในการแข่งขัน

     สำหรับประเภทของรถมอเตอร์ไซค์วิบากแบบTrial Bike ไม่ใช่เป็นรถมอเตอร์ไซด์ตามท้องตลาดทั่วไป แต่ต้องออกแบบมาเพื่อใช้ในการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์วิบากแบบTrial Bike โดยเฉพาะ นั่นคือ มีรูปทรงของรถมอเตอร์ไซค์วิบากที่เป็นทรงสูง ไม่มีเบาะนั่ง เพราะจะเน้นสำหรับการยืนเพื่อขับขี่ นอกจากนี้มีการออกแบบให้ตัวถึงของรถมีน้ำหนักที่เบามากยิ่งขึ้น ล้อของรถมีความยึดเกาะพื้นได้ดี ไม่ลื่นไถลได้ง่าย สำหรับเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์วิบากแบบTrial Bike จะไม่แรงมากนักเหมือนการขับขี่แบบ Motocross ที่ต้องมีขนาดเครื่องยนต์เกิน 250 cc ขึ้นไป  แต่หากแข่งขันแบบTrial Bike ที่จะต้องขับขี่ข้ามสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่ก็อาจจะใช้เครื่องยนต์ที่มีขนาดเกิน 250 cc ขึ้นไปได้  ผู้ขับขี่จะต้องมีความชำนาญในการขับขี่โดยมาจากการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง 

ดังนั้นไม่แนะนำให้ลองไปเล่นเองโดยปราศจากการดูแลของผู้ทีมีความชำนาญของกีฬารถมอเตอร์ไซค์วิบากแบบTrial Bike เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้  ใครที่สนใจอยากในกีฬามอเตอร์สปอร์ตแบบมอเตอร์ไซค์วิบากTrial Bike ก็ลองศึกษาและหาซื้อมาลองขับขี่กันได้ เพราะในปัจจุบันนี้ในประเทศไทย รถมอเตอร์ไซค์วิบากแบบTrial Bike เป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ตยอดฮิตอีกประเภทหนึ่ง และบริษัทรถมอเตอร์ไซค์วิบากแบบTrial Bike ก็มีการผลิตกันมากขึ้น เพื่อให้สายแว๊นส์ที่ชอบกระโดด ปีนป่ายได้จับจองเป็นเจ้าของกันตามใจชอบกันเลย

Pu